Author: Ellen Garza

การดำรงชีวิตในเมืองกรุง

การดำรงชีวิตในเมืองกรุงที่ต้องระวังการดำรงชีวิตในเมืองกรุงที่ต้องระวัง

ในทุกวันที่คุณได้ตื่นขึ้นมาในยามเช้าเคยมีใครบ้างที่เคยสอบถามตัวคุณเองบ้างว่าวันนี้เรากำลังจะเริ่มทำอะไรให้ตัวเราเองมีความาสุขกันบ้างหรือมั้ย ซึงประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ตัวผมเองเคยถามกับตัวเองในทุกวันที่มีการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่เราเรียกว่ากรุงเทพนี้เอง เพราะในโลกยุคปัจจุบันนี้การที่เราจะทำให้ความคิดของเรามองโลกของการใช้ชีวิตนี้ในแง่สบวกนั่นแทบจะยากมากเลยก็จะว่าได้ นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นบนโลกแห่งนี้ที่ใคร ๆ เองก็ต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าโลกที่เข้าเรียกว่ายุค 4.0 นี้มันเป็นอย่างไรกันบ้าง             ในวันนี้ผมเองก็เห็นหลากหลายนักเขียนที่ออกมาเขียนรีวิวเรื่องนี้กันมากมาย บ้างก็จะรีวิวเรื่องที่เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขกับชีวิตในยุคดิจิตอลที่ใครก็ต่างเรียกกันแบบนี้ แต่ประเด็นที่ผมเองอยากที่จะเขียนมากในวันนี้เองนั่นจะเป็นเรื่องของการที่เราได้มีเวลามรการที่เรียกว่าดูแลสุขภาพร่างกายกันบ้างแล้วหรือยัง เพราะเทรนด์ใหม่ ณ ปี 2020 นั่นก็มักจะพูดกันถึงเรื่องใครก็ตามกระแสเรื่องของการรนักสุขภาพ เช่นการทานอาหารแบบคลีน หรือการรักสุขภาพแบบเน้นการออกกำลังกายกันเป็นหลักแบบที่หันมาดูแลร่างกายกันอย่างจริงจังมากเล่นเอาแบบที่เป็นการงานกันเลยก็มี ซึ่งในเรื่องนี้ผมเองก็กลับมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อการดำเนินชีวิตในเมืองหลวงแบบนี้             แต่ผมก็อยากที่จะพูดกันต่อในเรื่องของการปรับเรื่องของแนวคิดเรื่องของการยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้เพราะโลกของเรามักจะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ไหนจะมีเรื่องของโรคภัยไข่เจ็บอีกที่แม้แต่ร่างกายของเราเองก็ไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าวันไหนเราอาจจะต้องเจอกับพวกโรคร้ายได้โดยที่คุณเองก้ไม่สามารถที่จะระวังตัวได้เลย เช่น เรื่องของฝุ่น PM2.5 นั่นเองที่ตอนนี้ดันกลับมาเป็นกระแสในสังคมอีกครั้งนึงแล้ว แต่ที่ผมเองทราบข่าวมาคือมันดันเป็นอะไรที่รุนแรงกว่าในครั้งแรกที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพ เพราะครั้งนี้มันจะมาแฝงตัวกับสภาพอากาศในยามเช้าโดยรูปแบบก็จะเหมือนฝุ่นกับหมอกเมฆกันไปเลย

Society

คำว่าอาชีพกับนิยามใช้ชีวิตคำว่าอาชีพกับนิยามใช้ชีวิต

ในบทความนี้ผมขอนำเสนอบทความเรื่องของคำว่าสายอาชีพตามนิยามที่ผมค้นหาข้อมูลแบบสรุปโดยย่อแบบเข้าใจได้ง่ายว่าทำไมคำนี้ถึงได้มาเกี่ยวโยงกับคำว่าวิถีการใช้ชีวิตไปได้ เพราะถ้าให้แยกคำนี้ออกมาแบบไม่เกี่ยวกับคำใดนั่นจะไม่มีความหมายตรงกับสิ่งใดเลยเหมือนเป็นคำที่พูดแล้วจบไม่สามารถที่จะขยายความได้นั่นเอง แต่ในบทความนี้เคยมีคนเอาไปรีวิวว่าแท้จริงแล้วในการดำเนินชีวิตของคนเรานั่นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีสายอาชีพเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง เพราะใยยุคปัจจุบันนั่นโลกเราแน่นย้ำว่าจะเป็นต้องใช้วัตถุเท่านั่นถึงเราจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่มีปัญหาของสังคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งใครละจะกล้าบอกว่าไม่จริง เพราะในปัจจุบันถ้าคุณไม่มีงานทำก็เท่ากับว่าคุณได้ตายไปแล้วนั่นเองโดยสิ้นเชิงก็แทบจะว่าได้เลย เพราะเรื่องของปัจจัยนั่นเองที่เป็นตัวแทบจะต้องใช้คำว่าบังคับให้เรานั่นจำต้องมีหน้าที่ บทบาทที่ต้องดูแล ไม่ว่าจะจำเป็นก็ดี หรือไม่จำเป็นก็ดี เรื่องนี้ผมเองเคยที่จะทดลองกับตัวผมเองแต่ท้ายที่สุดมันก็จะมีคำถามขึ้นมาว่าแล้วถ้าเราใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวัน ๆ นึงโดยไม่มีบทบาทอะไรเลยในสังคมแล้วเราจะอยู่ไปทำไม คือมันดูเหมือนคนที่ไร้คุณค่าในตนเองไปเลยนะ ผู้อ่านหลายท่านเคยเป็นเปล่าครับ             แต่ถ้าจะให้มีบทบาทแล้วจำต้องมีภาระในการดูแลมากจนเกินกำลังที่ตนเองจะดูแลไปผมเองก็คิดว่ามันก็คงจะไม่มีใครที่จะสามารถทำได้อย่างแน่นอนเลย เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากที่สุดเลย อยู่ที่แต่ละคนใครจะมีประสบการณ์มากกว่ากันเท่านั่นเอง ส่วนเรื่องของผลที่ได้รับกลับมานั่นก็คือตัวรายได้ที่สามารถนำมาช้วยให้คุณอยู่ได้ในสังคม ณ ยุคปัจจุบันโดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นภาระให้กับใคร เรื่องเหล่านี้จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าใครต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แล้วเกิดขึ้นแล้วอะไรละที่จะเป็นสิ่งที่ถูก อะไรจะเป็นสิ่งที่ผิด อะไรเป็นกลางมากที่สุดกับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ท้ายนี้ผมเองก็ยังคงขอสนับสนุนผู้ที่ทำอาชีพสุจริตนะครับว่าคุณเป็นคนที่มีคุณภาพจริง ๆ เพราะสังคมเราทุกวันนี้ไม่มีใครยอมที่จะอดทนกันชอบแบบที่ได้มาง่ายจนลืมดูไปว่าสิ่งเหล่านั่นมันถูกหรือผิดไปนั่นเอง

สังคมยุค 4.0

อยู่ที่ใจจริงหรือเปล่าอยู่ที่ใจจริงหรือเปล่า

ในช่วงเวลานี้ที่ใครหลายคนต่างกำลังมีการสู้ชีวิตเกี่ยวกับสังคมยุค 4.0 นี้อยู่นั่นเรื่องราวต่าง ๆ กับการดำรงชีวิตก็มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำเสมอทั้งในแง่บวกและลบมาโยเสมอต้นแบบที่บ้างครั้งนั่นเราเองก็ต่างที่จะไม่สามารถจะรู้ตัวเองได้ด้วยซ้ำไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นจะมาถึงตัวเราเองตอนไหนกัน คือทำไมในบทความนี้ผมเองถึงได้กล่าวนำข้างต้นรูปแบบนี้ ก็เพราะชีวิตในยุคเทคโนโลยีที่เราต่างก็แย่งชิงความเป็นที่หนึ่งบ้าง การเอาตัวเองให้รอดพ้นบ้าง มันก็จะมีเรื่องที่ชีวิตเราเองไม่คาดคิดอยู่เสมอมาเซอร์ไพรเราอยู่ตลอดกก็ว่าได้                 ซึ่งใครหลายคนก็มักจะแนะนำผมว่าถ้าอยากที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขก็ควรที่จะปรับการใช้ชีวิตให้อยู่แบบพอเพียงจะดีที่สุด แต่ในหลายแง่มุมเหล่านั่นผมเคยลองถามตัวเองดูว่าถ้าเราเอาเข้าจริงแล้วเราจะสามารถทำแบบที่ว่าได้จริงหรือเปล่า ผมรีบตอบทันทีว่าไม่ครับ เรื่องนี้มีอยู่ว่าคนเรานั่นโดนละเลยเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กตัวอย่างเช่น คุณชอบทานข้าวมันไก่หากวันนึงอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาห้ามว่าคุณต้องห้ามทานข้าวมันไก่ไปตลอดเลยนะแม้แต่จะคิดก็ไม่ได้ผผผมถามสิว่าคุณจะทำได้เปล่าครับ ซึ่งแทบจะไม่ต้องถามคุณเลยผมก็ตอบแทนคุณได้ว่าไม่ได้อยู่ดีใช่เปล่าครับ นั่นแหละคือเงือนไขของการใช้ชีวิตในยุค 4.0 นั่นเองซึ่งหลายคนที่บอกว่าให้เราลองพอเพียงและพอดีดูนั่นผมว่ามันสายไปหรือเปล่า แต่ในบางรายที่เข้าสามารถปรับตัวได้เร็วนั่นเข้าก็อาจจะทำได้ดีเลยก็เป็นได้ ผมว่ามันอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่าแนวคิดละเรื่องนี้                 จะอย่างไรก็ตามผมคิดว่าหากเราสามารถที่จะลองปรับตัวให้ข้ามผ่านสิ่งเหล่านั่นไปได้เราเองก็อาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้นมาจริง ๆ ก็อาจจะเป็นได้นะ เพราะผมว่าทุกเรื่องราวมักจะมีสิ่งดี ๆ ซ้อนอยู่ด้วยเสมอนะ